KRBB The Boutique Butcher @Habito Mall อ่อนนุช

สุดยอดเนื้อวากิวระดับพรีเมียม “Ozaki Beef” พร้อมส่งตรงถึงบ้านแล้ววันนี้!!

วันนี้เราเดินทางมาแถวย่านอ่อนนุชเพื่อตามหาสุดยอดเนื้อวากิวจากญี่ปุ่นกันครับ ซึ่งก็คือ เนื้อวากิว “Ozaki Beef” โดยร้านที่นำเข้า Ozaki Beef เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยตอนนี้คือ KRBB The Boutique Butcher ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 3 ของโครงการ Habito Mall อ่อนนุชซอย 1/1

ble_2063ble_2067

สำหรับร้าน KRBB The Boutique Butcher ทางเจ้าของร้านตั้งใจจะทำให้เป็นร้านขายเนื้อสดแบบ delivery เป็นหลัก หรือจะมาซื้อเนื้อดิบที่หน้าร้านก็ได้ แต่ถ้าใครไม่มั่นใจในฝีมือการปรุงอาหารของตัวเอง ก็สามารถมาซื้อเนื้อที่ร้านแล้วบอกให้ทางร้านปรุงให้ทานที่ร้านเลยก็ได้ โดยทางร้านจะคิดค่าปรุงอาหาร เพียง 350 บาทต่อท่าน โดยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ทางร้านนำเนื้อไปทำเป็น Steak, Sukiyaki, Shabu Shabu หรือ Yakiniku ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน เนื่องจากทางร้านเน้นขายแบบ Delivery ทำให้มีที่นั่งในร้านไม่เยอะมาก และที่นั่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Outdoor มากกว่า ส่วนภายในร้านจะเต็มไปด้วยตู้ dry age ที่วางเรียงรายอยู่เต็มร้าน

ble_2070ble_2074ble_2077ble_2086ble_2087ble_2091

สำหรับความพิเศษของ “Ozaki Beef” นั้นเริ่มจากการคัดเลือกวัวสายพันธุ์ Miyazaki ซึ่งเป็นเนื้อที่มีคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น นำมาเลี้ยงที่ฟาร์ม Ozaki ซึ่งเป็นฟาร์มที่มีแหล่งน้ำบริสุทธิ์ พร้อมทั้งการเลี้ยงดูอย่างดี ตลอดเวลา 33-36 เดือน ก่อนจะส่งไปแปรรูป ในขณะที่เนื้อวากิวทั่วไปในญี่ปุ่นจะใช้เวลาเลี้ยงแค่ 28 เดือนเท่านั้น ด้วยความเอาใจใส่ในคุณภาพและระยะเวลาในการเลี้ยง ทำให้ฟาร์ม Ozaki ผลิตเนื้อวากิว Ozaki Beef ได้เพียง 360 ตัวต่อปี หรือตกวันละ 1 ตัวเท่านั้น นอกจากเนื้อวากิว Ozaki แล้วทางร้านก็ยังเนื้อ Omi Wagyu, Hokkaido F1 รวมไปถึงเนื้อ Thai Wagyu ก็มีให้ลิ้มลองความอร่อยกันหลายระดับ

ble_2082ble_2094

มาเริ่มเมนูแรกของเราวันนี้ คือ Tomahawk Thai Wagyu (290 บาท/ 100 กรัม) ขนาด 1.5 กิโลกรัม ที่ทางร้านนำมาทำการ dry age เองเป็นเวลา 35 วัน สำหรับชิ้นนี้เราจะนำมาทำเสต๊กกินกัน เริ่มจากโรยเกลือและพริกไทย ซึ่งเกลือก็ไม่ใช่เกลือธรรมดาแต่เป็นเกลือที่ทางร้านไปเสาะหามาจากฝรั่งเศษเลยทีเดียว พริกไทยก็ไม่น้อยหน้า เป็น Pink Peppercorn ที่มีกลิ่นหอมมากๆ และรสเผ็ดซ่าๆตามหลังความหอม ตบท้ายด้วยรสหวานนิดๆ สมเป็นสุดยอดพริกไทย

ble_2099ble_2173ble_2102ble_2109

เตาที่จะใช้อบเป็นเตาพิซซ่า โดยจะเริ่มอบด้วยไฟแรงก่อนให้ผิวด้านนอกเกรียมนิดๆ ก่อนจะอบต่อด้วยอุณหภูมิที่ต่ำลงเพื่อให้เนื้อสุกทั่วชิ้น

ble_2110ble_2120ble_2138ble_2139

นำออกจากเตามาเสร็จเรียบร้อยได้เนื้อสีสันสวยงามพร้อมกลิ่นหอมยั่วยวนใจ แค้เดี๋ยวก่อน ต้องพักเนื้ออีก 20 นาที เพื่อความชุ่มฉ่ำที่สมบูรณ์แบบ ก่อนหั่นเป็นชิ้นๆเผยให้เห็นเนื้อสีชมพูแบบ medium ที่ชวนให้น้ำลายไหล

ble_2141ble_2151ble_2161ble_2164

ได้เวลาชิม เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำจริงๆ กลิ่นหอมของไขมันก็หอมมากๆ อร่อยจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเนื้อของไทยเรานี่เอง ขนาดส่วนขอบๆที่สุกกว่าก็ยังนุ่มไม่เหนี้ยวเลย แถมมี crust กรอบๆเค็มๆ อีกด้วย ฟินกันไปเลย

ble_2172ble_2176

เปลี่ยนจากเสต๊กมาลองสุกี้ยากี้แบบญี่ปุ่นบ้าง โดยทางร้านจะเตรียมผักและไข่ดิบไว้ให้ด้วย ส่วนน้ำจิ้มที่เห็นนั่นเป็นของ ยากินิกขุ ที่จะชิมเป็นลำดับถัดไป

ble_2185ble_2187

เนื้อชาบูตัวแรกจะเป็น Hokkaido F1 – Outside (330 บาท/ 100 กรัม) เป็นเนื้อส่วนพับนอก แต่มีไขมันแทรกเป็นลวดลายสวยงามสมกับเป็น Hokkaido F1 ลวกพอสุก น้ำจิ้มกับไข่ดิบ มันนุ่มมาก น้ำสุกี้ยากี้ที่นี่รสไม่จัดมาก ทำให้รสของเนื้อโด่ดเด่นออกมา สำหรับผมแค่เนื้อตัวนี้ผมก็ว่าอร่อยมากแล้ว แต่ทางร้านบอกว่าเดี๋ยวมีเด็ดกว่านี้อีก *0*

ble_2189ble_2195ble_2201ble_2210

แล้วตัวที่เด็ดกว่า ก็ออกมา Ozaki – Outside (900 บาท/ 100 กรัม) เนื้อ Ozaki ที่เฝ้ารอ ซึ่งเป็นส่วนพับนอกเหมือนกันกับ Hokkaido F1 ที่พึ่งกินไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้เปรียบเทียบกันชัดๆไปเลย ว่า Ozaki มันเด็ดกว่ายังไง แค่ดูลายไขมันบอนชิ้นเนื้อ ของ Ozaki ก็สวยงามชนะไปก่อนในยกแรก พอเอาเข้าปากเท่านั้นแหละ ชัดเลยว่ารสชาติเข้มข้นกว่า กลิ่นก็หอมกว่าอย่างชัดเจน หลังจากที่เห็นเรากำลังฟินกับเนื้อในปาก แล้วก็ได้ยินเสียงจากทางร้านอีกครั้งว่า เดี๋ยวให้ลองตัวที่เด็ดที่สุด!!!

ble_2213ble_2218ble_2221

แล้วก็ถึงเวลาตัวท็อป Ozaki – Rib Roll (1,550 บาท/ 100 กรัม) เนื้อสีชมพู ลวดลายสวยงาม ชวนให้อยากลอง ว่าเด็ดสุดนี่มันเป็นยังไง ทันทีที่เอาเข้าปาก ก็ทำให้เข้าใจ คำที่เคยได้ยินในรายการแข่งทำอาหารของญี่ปุ่นว่า “ละลายในปาก” นุ่มจนแทบจะไม่ต้องเคี้ยวเลย แต่รสชาติกับความหอมนี่ระเบิดออกมาเต็มปากเลยทีเดียว นี่สินะ เด็ดสุด!!!!

ble_2231ble_2235ble_2236ble_2237

ถัดจากสุกี้ยากี้ เราจะมาลองสไตล์ปิ้งย่างยากินิกขุกันบ้าง ซึ่งทางร้านเตรียมเนื้อ Ozaki ส่วนต่างๆกันทั้งหมด 6 ส่วน โดยให้กินเรียงตามลำดับความเข้มข้นของรสชาติจากอ่อนสุดไปเข้มสุด ดังนี้

ble_2239ble_2243

Karubi (Short Rib) (800 บาท/ 100 กรัม) เนื้อซี่โครง

ble_2250

Zabuton (Chunk Flap) (1,200 บาท/ 100 กรัม) เนื้อสันคอบน

ble_2245

Tomo Sankaku (Tri Tip) (950 บาท/ 100 กรัม) เนื้อหางตะเข้

ble_2246

Sasami (Flank) (800 บาท/ 100 กรัม) เนื้อพื้นท้องหรือใบบัว

ble_2252

Kaburi (Rib Cap)  (1,550 บาท/ 100 กรัม) เนื้อร่องซี่โครง

ble_2253

Kata Rosu (Chuck Eye Log) (1,000 บาท/ 100 กรัม) เนื้อสันคอล่าง

ble_2244

ค่อยๆย่างไปกินไป เพลิดเพลินไปกับเนื้อส่วนต่างๆกัน เนื้อทุกส่วนมีไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนสวยงาม อร่อย ฟินกันไป

ble_2257ble_2260ble_2263ble_2267ble_2269

หลังจากที่กินมาตั้งแต่ต้นจนจบ อร่อยทุกระดับจริงๆ ตั้งแต่เนื้อไทยวากินที่ทางร้านนำมา dry age เอง จนถึง เนื้อเทพ Ozaki บอกเลยสุดยอด ใครสนใจก็ไปลองกันได้ครับ

Address: Habito Mall, 3rd floor – Onnut Soi 1/1, Sukhumvit Soi 77, Bangkok, Thailand

Tel: 02-090-9697

ติดตามเพิ่มเติมกันได้ที่ https://www.facebook.com/sheepsbutler

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s